ส่องอนาคต BCH ของ พีท กันตพร คาดกำไรโตแรง รับผลบวกรัฐค่าเหมาจ่ายประกันสังคมเพิ่มขึ้น

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ส่องอนาคต BCH ของ พีท กันตพร คาดกำไรโตแรง รับผลบวกรัฐค่าเหมาจ่ายประกันสังคมเพิ่มขึ้น

Date Time: 2 พ.ค. 2566 10:40 น.

Video

หุ้นถูกมีจริง! เลือกหุ้นปันผลและหุ้นเติบโตยังไงให้รวยในยุคนี้? | Thairath Money Night Stand EP.12

Summary

ส่องอนาคต BCH ของ พีท กันตพร คาดกำไรโตแรง รับผลบวกรัฐค่าเหมาจ่ายประกันสังคมเพิ่มขึ้น

Latest


เรียกได้ว่ากระแสแรงมากๆ สำหรับผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอย่าง “พี่พีททท” หรือ นายกันตพร หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ซึ่งวันนี้ #ThairathMoney จะพามาส่องอนาคต ธุรกิจ และผลประกอบการกันว่าจะน่าสนใจมากแค่ไหน

บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจในรูปแบบกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 15 แห่ง และโพลีคลินิก 1 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดและในสปป.ลาว เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 4 กลุ่มโรงพยาบาล คือ 1. กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล 2. กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 3. กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และ 4. กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช เพื่อให้บริการครอบคลุมผู้ป่วยทุกกลุ่มตั้งแต่ผู้ป่วยทั่วไป ชาวต่างชาติ และผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม

ผลประกอบการของบริษัทที่ผ่านมาปี 2563 มีรายได้รวม 9,021.36 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,229.40 ล้านบาท และปี 2564 รายได้รวมเติบโตมาอยู่ที่ 21,533.42 ล้านบาท กำไรสุทธิขึ้นมาที่ 6,846.00 ล้านบาท ล่าสุดปี 2565 รายได้รวมลดลงมาอยู่ที่ 18,918.47 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,038.91 ล้านบาท โดยคำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานปีล่าสุดของฝ่ายจัดการ ระบุว่า สาเหตุที่รายได้ลดลงมา จากรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับการฟื้นตัวของสถานการณ์การแพร่ระบาด

ส่วนกำไรสุทธิที่ลดลงในปี 2565 นั้น เป็นผลมาจากการปรับลดอัตราการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 จากการจ่ายตามจริง เป็นแบบกำหนดราคาพื้นฐาน การปรับแนวทางการรักษาพยาบาลและการยกเลิกมาตรการในการตรวจและควบคุมโรคโควิด-19 รวมถึงการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะรายได้ผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่รวมรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคโควิด-19 จากโครงการภาครัฐ บริษัทจะมีรายได้ผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มข้ึน 25.4% จากการกลับเข้ามารับการรักษาพยาบาลภาคปกติเพิ่มสูงข้ึนท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ จากข้อมูลของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) พบว่ามีบริษัทหลักทรัพย์จำนวน 17 ราย ให้ความเห็นต่อหุ้นของ BCH โดยมี 13 รายให้คำแนะนำ “ซื้อ” ส่วนอีก 4 รายให้คำแนะนำ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 23.45 บาทต่อหุ้น สูงสุด 26.00 บาทต่อหุ้น ต่ำสุด 20.00 บาทต่อหุ้น

นายภูวดล ภูสอดเงิน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง กล่าวว่า ปัจจุบันน่าจะเป็นรอบของการกลับมาซื้อ-ขายหุ้นอีกครั้งในเชิง Sentimental เพราะว่าในแง่ของกำไรไตรมาสที่ 1/66 ตลาดน่าจะพอรับรู้อยู่แล้วว่าจะออกมาไม่ดีมาก แต่จะเห็นการฟื้นตัวในไตรมาสต่อไปจากนี้ได้ จะทำให้นักลงทุนมองข้ามผลประกอบการในไตรมาสที่ 1/66 ไปได้

อย่างไรก็ดี มองว่านักลงทุนเริ่มเข้ามาเก็งกำไร จากเรื่องการปรับขึ้นค่าบริการเหมาจ่ายต่อหัวประกันสังคม จะทำให้ BCH ได้รับประโยชน์มากที่สุด จากมีจำนวนผู้ประกันตนมากที่สุดในโรงพยาบาลเอกชน โดยประเด็นนี้จะทำให้กำไรของบริษัทกลับมาอีกรอบ ประกอบกับมีประเด็นบวกจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาอีกระลอกในไตรมาสที่ 2/66 ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารักษาในช่วงที่ผ่านมาเยอะขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ 1/66

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ไตรมาสที่ 2 มองเป็น Sentiment บวกต่อ BCH ทำให้โดยภาพรวมเหมือนจะเป็นภาพ Bottom Out ไปในไตรมาส 1 แล้ว แล้วจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เป็นไฮซีซั่นของกลุ่มโรงพยาบาล ก็น่าจะมีความต่อเนื่องของตัวกำไรด้วย” นายภูวดล กล่าว

สำหรับกำไรสุทธิปี 2566 คาดว่าจะทำได้ที่ 1,818 ล้านบาท ลดลงราว 40% หากเทียบกับปีก่อนที่ 3,038.91 ล้านบาท จากฐานที่สูงเนื่องจากโควิด-19 แพร่ระบาดมาจนถึงช่วงต้นปี แต่มองว่าตลาดน่าจะรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปแล้ว โดยสะท้อนจากราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้านี้ที่ปรับตัวลดลง และเริ่มเห็นฐานของราคามากขึ้น

อย่างไรก็ดี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 25.00 บาทต่อหุ้น โดยในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นทยอยปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ยังมี upside จากตัวราคาเป้าหมายอยู่ มองว่าด้วยภาพรวมการฟื้นตัวในปีนี้ และโมเมนตัมของผลตอบแทนที่ดี ประกอบกับประเด็นบวกจากประกันสังคม น่าจะเป็นรอบของกลับมาซื้อขายหุ้นของ BCH อีกครั้งหนึ่ง

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า กําไรมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการตั้งสํารองที่เกี่ยวข้องกับการลดอัตราการเบิกจ่ายค่ารักษาโรคโควิด-19 ของภาครัฐ แม้ว่าอาจมีการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายรายหัวประกันสังคม โดยยังคงมุมมองที่ว่า BCH ขาดปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการ จากฐานที่สูงมากเป็นพิเศษจากบริการโควิด-19 และยังคงคําแนะนํา tactical call ระยะ 3 เดือนสําหรับ BCH ไว้ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 ที่ราคา 24 บาทต่อหุ้น ปัจจัยกระตุ้นคือกําไรที่กลับสู่ทิศทางขาขึ้นซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ขณะเดียวกัน มองว่าบริการที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 จะช่วยหนุนรายได้ในปี 2566 หากไม่รวมบริการโควิด-19 บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 17% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น การยกระดับสิ่งอํานวยความสะดวกที่มีอยู่เดิม การร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สํานักงานประกันสังคม (สปส.) และบริษัทเอกชนให้บริการตรวจสุขภาพที่คาดสร้างรายได้ 160 ล้านบาท และจํานวนผู้ป่วยต่างชาติที่มีสัดส่วน 13% ของรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำหรับจุดเด่นของ BCH มองว่าเป็นหนึ่งในผู้นําด้านการให้บริการรักษาสุขภาพ และเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดแก่ผู้ประกันตนในโครงการประกันสังคมของประเทศไทย โดยมีผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้บริการกว่า 1 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนราว 7% ของจํานวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมทั้งหมด (ภายใต้มาตรา 33 และมาตรา 39) ในประเทศไทย ประกอบกับดําเนินกิจการโรงพยาบาลทั้งหมด 15 แห่ง ด้วยจํานวนเตียงจดทะเบียนทั้งหมด 2,245 เตียงเพื่อรองรับกลุ่มคนไข้ทุกระดับภายใต้ 4 แบรนด์โรงพยาบาล ซึ่งการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 ในวงกว้าง จะสร้างการจดจําแบรนด์ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทขยายฐานผู้ป่วยในอนาคต


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ