ข่าวเทส follow up money

Tech & Innovation

Digital Transformation

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ข่าวเทส follow up money

Date Time: 8 มิ.ย. 2569 14:32 น.

Video

Thai Beverage Can โรงงานกระป๋องอะลูมิเนียมไทย ที่หวังเติบใหญ่สู่ระดับโลก | On The Rise EP.21

Summary

นอกจากเป็นการให้กำลังใจตัวเองสนุกๆ ในแบบ Valentina Ploy“เมื่อก่อนตอนที่พลอยเศร้า หรือรู้สึกอยากได้อะไรแล้วไม่เคยได้ พลอยจะทำเป็นมั่วๆ มโนว่าการดีดนิ้วมันจะเป็นการสั่งให้มันเกิดขึ้น

สรุปไทม์ไลน์

เมื่อประมาณปลายปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2568) ไทยรัฐพลัสได้พูดคุยกับ Valentina Ploy หรือ พลอย–วาเลนติน่า จาร์ดุลโล (Valentina Giardullo) ไปแล้วเกี่ยวกับ ‘Warm (Part I) EP ครึ่งแรกของเธอที่บ่งบอกความอบอุ่นบนความเป็นอะคูสติกทั้ง 6 บทเพลง) ครั้งนี้เธอกลับมาพูดคุยกับเราด้วยเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือ Warm Part II EP ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยเป็น EP ที่สานต่อความเป็น Valentina อีกครึ่งหนึ่ง และเรื่องที่สองคือคอนเสิร์ตบนแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตอบรับคอนเซปต์ของ EP ทั้งสองพาร์ตได้เป็นอย่างดีแน่นอนว่าถึงจุดนี้ต้องมีคนรู้จัก Valentina Ploy กันขึ้นไม่มากก็น้อย เธอเป็นเด็กสาวขี้อายคนหนึ่งที่ก้าวข้ามความอายนี้ด้วยเวทีประกวดเพลง The Voice Thailand Season 6 และอีกหลายเวทีดนตรี รวมถึงเวทีอื่นๆ ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันอย่าง Miss Universe Thailand เมื่อปี 2018 จากวันนั้นสู่วันนี้เธอยังคงบอกว่า “ก็ยังอายอยู่บ้าง” เป็นความเป็นไทยของเธออีกด้านที่ได้กลายมาเป็นความอบอุ่น และฉายออกมาผ่าน EP แรก โดยเธอกล่าวว่า Warm Part II จะเป็นอีกด้านของเธอที่มีความเป็นอิตาเลียน และทุกบทเพลงแฝงนั้นไปด้วยความสนุก มีความหลากหลายของซาวด์ดีไซน์ที่เคล้าไปกับความเศร้าสร้อยของเนื้อเพลง“ตอนแรกเหมือนพลอยมีประโยคหนึ่งใช่ไหมคะว่า ‘Sometimes I wish I was cooler, but maybe I was born to stay warm’ บางครั้งเราก็อยากคูลเหมือนคนอื่น แต่เราอาจจะเกิดมาเป็นคนอบอุ่น ภาษาอังกฤษมันเหมือนเล่นกับคำ แบบคูล (cool) เท่ากับเท่ วอร์ม (warm) เท่ากับอบอุ่น


“เราเลยรู้สึกว่าอยากนำเสนอเป็นสองพาร์ต อยากทำให้มันดูแตกต่างกันเลยค่ะ ตั้งแต่สีผม ความสุนทรีย์ ซาวด์ดีไซน์ เพราะว่าเราเป็นลูกครึ่งเนอะ เราเลยแบ่งเป็นครึ่งนึงเลยค่ะ คือฝั่งไทยกับอิตาเลียน ฝั่งชิวๆ ขี้อ๊ายขี้อาย มีความอบอุ่น อีกอันคือมีพลังงานสูงมาก”เธอได้ร่วมงานกับ ริชาร์ด เครเกอร์ (Richard Craker) โปรดิวเซอร์มากฝีมือที่เคยร่วมงานกับนักเขียนเพลงรางวัลแกรมมีหลายคน ใน Part I โดยพลอยได้เล่าให้ฟังว่าเป็นโปรดิวเซอร์คนหนึ่งที่ค่อนข้างให้อิสระในการทำเพลง และด้วยความสามารถในการเล่นกีตาร์ของ ริชาร์ด ทำให้มู้ดของ Warm Part I มีความสบายและอบอุ่นในแบบที่เธอต้องการ ขณะเดียวกันใน Part II พลอยได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนใหม่คือ แจ็กสัน ดิมิลิโอ วูด (Jackson Dimiglio Wood) ที่มีทิศทางในแบบของเขาเอง ซึ่งช่วยให้พลอยค้นพบกับแนวทางดนตรีที่แปลกใหม่ และสนุกขึ้นในเพลงแรกที่มีชื่อว่า Rebecca เป็นบทเพลงที่เปิดขึ้นมาก็จะรู้ทันทีว่าต่างจาก Warm Part I อย่างเห็นได้ชัด เป็นเพลงที่ฟังเผินๆ อาจเหมือนเป็นการพูดถึงผู้หญิงชื่อ Rebecca ซึ่งความจริงนั้น พลอยตั้งใจพูดถึงอาการ Rebecca Syndrome หรืออาการหึงหวงจากการสอดส่องความสัมพันธ์เก่าๆ ของแฟนตัวเอง “พลอยเป็นตั้งแต่เด็กเลย รู้สึก insecure (กังวล, ไม่ปลอดภัย) ว่าแฟนเก่าเขาจะดีกว่าเราไหม อาการนี้มีหนังสือหรือหนังบน Netflix ด้วย มันน่าสนใจมาก ไม่รู้ทำไมมนุษย์ถึงคิดแบบนี้เนอะ  พลอยกับแจ็กสันเลยเอามาแต่งเป็นเพลงสนุกๆ ค่อนข้างออกแนวตลก ทำไมฉันต้องคิดอะไรแบบนี้ Oh Rebecca baby you b*tch คือเราไม่ได้อยากมีความรู้สึกแบบนี้ เราใส่มันไปในดนตรีที่ป๊อปมากๆ ไว้เป็นการช่วยเยียวยาจิตใจ ถ้าสาวๆ ที่รู้สึกเหมือนเราได้ฟังเพลงนี้ ก็หวังว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นด้วย”เพลงที่สองเป็นเพลงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะเป็นเพลงที่ฮิตติดหูและเป็นไวรัลบน TikTok แถมมีคนเสิร์ชกันบน Google จนขึ้นแนะนำว่า ‘hello sawasdee ka song’ ซึ่งจริงๆ แล้วมีชื่อเพลงว่า ‘So Valentina’ พลอยเล่าให้ฟังว่าเพลงนี้มีความเป็นตัวเองมากๆ ทั้งในแง่ของเชื้อชาติภาษา และการเผยให้เห็นลักษณะนิสัยของตัวเอง“จริงๆ เนื้อหาเพลงนี้มันเศร้านะคะ มันพูดถึงการเป็น emotional weight lifter หรือคนแบกความรู้สึกคนอื่นมากกว่าตัวเอง เศร้าใช่ไหม เราจะอยู่ตรงนี้ เราจะช่วยทุกคน แบกอารมณ์เขาไว้ แต่วันที่เราไม่ไหวแล้ว มันค่อนข้างเศร้า การที่เราดูมีพลังบวกตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้ดิ้นรนนะ เพราะฉันเองก็เป็นคนๆ นึงเหมือนกัน“เราอยากเสนอเพลงนี้มีความเป็น Valentina ทั้งในคำพูด และภาษา ดนตรีก็จะเป็นลูกครึ่งระหว่างซาวด์ดีไซน์กับอะคูสติกมีภาษาไทย อิตาเลียน และสเปน เพราะเราพูดได้ห้าภาษา Hello sawasdee ka นี่คือตัวฉันในทุกๆ อย่าง”SNAP คือเพลงที่สามที่เราอาจนึกถึงเสียงขาดของอะไรบางอย่าง หรือการถ่ายรูป พลอยเล่าให้ฟังว่า SNAP มันคือการดีดนิ้ว (ว่าแล้วก็สาธิตด้วยการชูแขนสองข้างแล้วดีดนิ้วๆ คลิก คลิก คลิก) เพลงนี้ไม่ได้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากนักนอกจากเป็นการให้กำลังใจตัวเองสนุกๆ ในแบบ Valentina Ploy“เมื่อก่อนตอนที่พลอยเศร้า หรือรู้สึกอยากได้อะไรแล้วไม่เคยได้ พลอยจะทำเป็นมั่วๆ มโนว่าการดีดนิ้วมันจะเป็นการสั่งให้มันเกิดขึ้น (หัวเราะ) เลยกลายเป็นเรื่องตลกในกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่เราทำแบบนี้ เราว่าถ้าเราตั้งใจ ภาวนา มันจะเป็นการดึงดูดสิ่งนี้เข้าหาเรา”

ติดตามหัวข้อนี้esportดูทั้งหมด


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ