คนเสื้อแดงอีสาน นัดประชุมที่ขอนแก่น ยันเพื่อไทยยอมถอย 1 ก้าวถือว่าเพียงพอแล้ว พร้อมหนุน “หมอชลน่าน” นั่งประธานสภาฯ และน้อมรับมติพรรคทุกประเด็น ส่วนโผ ครม. “พิธา 1” ที่หลุดออกมาดูแล้วรับไม่ได้  

เวลา 08.30 น.วันที่ 30 พ.ค. 2566 ที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายคนเสื้อแดงภาคอีสาน ริมบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่ายคนเสื้อแดงภาคอีสาน ประชุมร่วมกับแกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อกำหนดท่าที และรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนต่อกระแสการจับมือของพรรคร่วมรัฐบาล ในพรรคที่ยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย หลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง และ กกต.เตรียมประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกประธานรัฐสภา และการฟอร์มทีมรัฐบาลชุดใหม่ที่หลายฝ่ายคาดกันว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.

ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่ายคนเสื้อแดงภาคอีสาน กล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาคนเสื้อแดงได้แสดงออกที่ชัดเจนในการสนับสนุนการเมืองในพรรคที่ยึดมั่นอุดมการณ์ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งแม้พรรคเพื่อไทย จะมีสัดส่วนของ ส.ส.มาในลำดับที่ 2 และไม่ได้แลนด์สไลด์ตามที่ประกาศนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของพรรค ซึ่งพรรคอันดับ 1 คือพรรคก้าวไกลมีสัดส่วน ส.ส.ที่ห่างจากพรรคเพื่อไทย 10 ที่นั่ง ขณะนี้ 2 พรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยเริ่มเข้าสู่การฟอร์มทีมรัฐบาลแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวน้อมรับและให้เกียรติพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่มาในระยะนี้ท่าทีต่างๆ เริ่มชัดเจนขึ้น คนหนุ่มไฟแรงควรที่จะฟังเสียง ส.ส. และ ส.ว.ด้วย ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะ ส.ส.ทุกคนก็มาจากการเลือกตั้ง จะมี 1 เสียง 2 เสียง หรือ 10 เสียง ก็เป็น ส.ส.ด้วยกันเพราะทุกคนต้องเข้าไปทำงานในสภาฯ ร่วมกัน และ ส.ส.ทุกท่านที่ชนะใจประชาชนมาทำหน้าที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกคนล้วนมีคุณภาพ ดังนั้น ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้น ส.ส.ทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน แต่จะโหวตเลือกใครนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคลและนโยบายของพรรค

“ขอให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว วันนี้พรรคเพื่อไทย ถอย 1 ก้าวนั้นมากเพียงพอแล้ว เป้าหมายเราคือแลนด์สไลด์ แต่เมื่อมาเป็นอันดับ 2 ทุกคนสู้กันมาเหน็ดเหนื่อยและพรรคอันดับ 1 คือพรรคที่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย ขอให้จับมือกันทำงานและจัดตั้งรัฐบาลให้ได้เพราะทุกคนล้วนเป็นความหวังและสิ่งที่ทุกคาดหวัง แต่ดูจากนโยบายต่างๆและความชัดเจนที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นได้ในหลายมุมมอง เราไม่อยากบอกว่าใช้กลยุทธ์อะไรในการหาเสียงหรือการสร้างจุดขายที่ทำไม่ได้ และทุกคนรู้กันหมดแล้ว ตอนนี้ผู้ใช้แรงงาน คนแก่ฝันสลายไปแล้ว จากการลงพื้นที่พูดคุยพบว่าคนอีสานส่วนใหญ่ต้องการมืออาชีพมาบริหารประเทศ ไม่ใช่ให้ใครมาลองหัดขับ อย่ามาโฆษณาเกินจริง ขอให้เร่งสร้างศรัทธา ก่อนจะมาประกาศแนวทางต่างๆแบบก้าวไปโกหกไป เพราะไม่ใช่เพื่อไทยแน่นอนที่จะทำแบบนั้น จะมาเร่งแก้ ม.112 แต่เพื่อไทยชัดเจนในการแก้ปัญหาปากท้องและความเดือดร้อนให้กับประชาชน ดังนั้น จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่การเลือกตั้งครั้งต่อไปเพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์สถานเดียวเพื่อให้มีเสียงข้างมากและจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเสร็จสรรพตามเจตนารมณ์และแนวนโยบายของพรรคที่ต้องการแก้ไขให้กับประชาชน”

ผศ.พรรณวดี กล่าวต่ออีกว่า ไม่รู้ว่าโผรัฐบาล “พิธา 1” ที่กำลังพูดถึงอยู่นั้นเป็นโผที่หลุดมาจากใคร แต่ถ้าเป็นจริงเป็นเรื่องที่คนเสื้อแดงนั้นรับไม่ได้ และการที่พรรคเพื่อไทย เสนอ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา โดยส่วนตัวและคนเสื้อแดงภาคอีสานเห็นด้วย และสนับสนุนให้ นพ.ชลน่าน ซึ่งมีวุฒิภาวะและการดำเนินงานทางการเมืองที่อัดแน่นด้วยประสบการณ์ ถือว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนการที่พรรคก้าวไกลเสนอบุคคลมาเป็นประธานรัฐสภาโดยมีการเปิดตัวมาบ้างแล้ว ยอมรับว่ายังคงขาดประสบการณ์อีกเยอะ ดังนั้น การที่ก้าวไกลจะดึงดันต่อไป ขอให้ถอยคนละก้าว และเร่งสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในสภาให้ได้ เพราะพรรคเพื่อไทย ได้รับวางไว้จากคนไทยทั้งประเทศเช่นกัน หากจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป คนเสื้อแดงอีสานน้อมรับมติของพรรค เพราะทุกคนสู้กันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ทำงานทางการเมืองในระดับพื้นที่เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยเต็มใบ ซึ่งแม้จะเป็นเพื่อนต่างวัย ก็ต้องเป็นเพื่อนที่จริงใจ และซื่อสัตย์ต่อกัน